รวม 10 เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับรากฟันเทียม คนกำลังตัดสินใจทำควรรู้ 

การสูญเสียฟันส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตและการบดเคี้ยว รากฟันเทียมจึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน เพื่อทดแทนฟันธรรมชาติที่หายไป แต่ก่อนตัดสินใจทำมีหลายเรื่องที่ควรพิจารณา ทั้งการทำรากฟันเทียมอยู่ได้กี่ปี ความคุ้มค่าเป็นอย่างไร และเหมาะกับเราหรือไม่ บทความนี้มีคำตอบที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

10 เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับรากฟันเทียม 

การตัดสินใจทำรากฟันเทียมเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพช่องปากในระยะยาว Dream Smile Dental Clinic ได้รวบรวม 10 ข้อเท็จจริงสำคัญที่จะช่วยให้เราเข้าใจกระบวนการ ประโยชน์ และความคาดหวังที่ถูกต้อง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้ารับการรักษา

1. รากฟันเทียมคืออะไร 

รากฟันเทียมคือวัสดุไทเทเนียม (Titanium) ที่มีรูปร่างคล้ายสกรู ออกแบบมาเพื่อใช้ฝังลงในกระดูกขากรรไกร ทำหน้าที่เสมือน “รากฟัน” จริง ๆ ที่หายไป โดยจะยึดติดกับกระดูกอย่างแน่นหนา (Osseointegration) เพื่อเป็นฐานที่มั่นคงสำหรับรองรับการใส่ครอบฟัน สะพานฟัน หรือฟันปลอมแบบติดแน่น ช่วยคืนทั้งความสวยงามและการใช้งานการบดเคี้ยว

2. รากฟันเทียมอยู่ได้กี่ปี 

รากฟันเทียมอยู่ได้กี่ปี? โดยทั่วไปแล้วรากฟันเทียมที่ได้รับการดูแลอย่างดีสามารถอยู่ได้นาน 10-20 ปีขึ้นไป หรืออาจอยู่ได้ตลอดชีวิต วัสดุไทเทเนียมที่ใช้มีความทนทานสูงและเข้ากับร่างกายได้ดี ปัจจัยสำคัญขึ้นอยู่กับการดูแลสุขอนามัยช่องปาก การแปรงฟัน การใช้ไหมขัดฟัน และการพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็กตามนัดอย่างสม่ำเสมอ

3.  ปัจจัยที่ส่งผลต่ออายุการใช้งานของรากฟันเทียม

แม้รากฟันเทียมจะถูกออกแบบมาให้มีความทนทานสูงเสมือนฟันแท้ แต่อายุการใช้งานที่ยาวนานนั้นขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายอย่างประกอบกัน ทั้งความใส่ใจในการดูแลรักษา สภาพร่างกายของผู้ป่วย และเทคนิคทางการแพทย์  

คุณภาพของกระดูกขากรรไกร

ความสำเร็จของการทำรากฟันเทียมเริ่มต้นที่ “ฐานราก” ที่มั่นคง โดยปริมาณและความหนาแน่นของกระดูกขากรรไกรต้องเพียงพอ หากกระดูกบริเวณที่จะฝังรากเทียมไม่แข็งแรง อาจทำให้รากฟันเทียมหลุดหรือโยกได้ง่าย นอกจากนี้ ความสมบูรณ์ของกระดูกยังขึ้นอยู่กับปัญหาสุขภาพและพฤติกรรมบางอย่างที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่

  • โรคประจำตัวและยาบางชนิด ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวานที่ระดับน้ำตาลไม่คงที่ โรคกระดูกพรุน หรือผู้ที่ทานยากดภูมิคุ้มกัน ควรแจ้งและปรึกษาทันตแพทย์ก่อนเริ่มรักษา เพราะภาวะเหล่านี้มีผลต่อการหายของแผล และอาจทำให้กระดูกสร้างตัวมายึดเกาะกับรากฟันเทียมได้ไม่ดีเท่าที่ควร
  • การสูบบุหรี่ เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้การรักษาล้มเหลว สารในบุหรี่จะส่งผลให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงแผลได้น้อยลง ทำให้แผลหายช้า เสี่ยงต่อการติดเชื้อ และลดโอกาสที่รากฟันเทียมจะเชื่อมติดกับกระดูกได้อย่างสมบูรณ์

สุขภาพช่องปาก 

การดูแลสุขอนามัยที่ดีเปรียบเสมือนเกราะป้องกันรากฟันเทียม การละเลยความสะอาดจะนำไปสู่การสะสมของคราบพลัคและแบคทีเรีย ซึ่งเป็นต้นเหตุของ “โรคปริทันต์อักเสบรอบรากเทียม” (Peri-implantitis) ที่ทำลายกระดูกรอบรากเทียม เพื่อป้องกันปัญหานี้ควรปฏิบัติตามแนวทางดูแลรักษาอย่างเคร่งครัด 

  • แปรงฟันอย่างถูกวิธี แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งด้วยแปรงขนนุ่ม โดยเน้นทำความสะอาดรอยต่อระหว่างเหงือกและฟันอย่างเบามือ เพื่อขจัดคราบจุลินทรีย์โดยไม่ทำลายผิววัสดุ
  • ใสใจซอกฟัน แปรงสีฟันเพียงอย่างเดียวไม่สามารถเข้าถึงทุกจุดได้ ต้องใช้ไหมขัดฟัน หรือแปรงซอกฟัน (Interdental Brush) ทำความสะอาดบริเวณซอกฟันและรอบคอรากเทียมทุกวัน
  • พบทันตแพทย์สม่ำเสมอ ควรเข้ารับการตรวจเช็คสภาพรากฟันเทียมและขูดหินปูนทุก ๆ 6 เดือน เพื่อให้แพทย์ประเมินความมั่นคงและแก้ไขปัญหาเล็กน้อยก่อนลุกลาม
  • ใช้น้ำยาบ้วนปากที่เหมาะสม การใช้น้ำยาบ้วนปากที่ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย (ตามคำแนะนำของแพทย์) จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการทำความสะอาดช่องปากได้ดียิ่งขึ้น

วัสดุและคุณภาพของรากฟันเทียม

การเลือกใช้วัสดุและอุปกรณ์ที่มีมาตรฐานเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะส่งผลโดยตรงต่อความทนทานในระยะยาว รากฟันเทียมและส่วนประกอบต่าง ๆ ต้องรองรับแรงบดเคี้ยวตลอดเวลา การลงทุนกับวัสดุเกรดพรีเมียมจึงช่วยลดความเสี่ยงในการแตกหักเสียหายและยืดอายุการใช้งานได้คุ้มค่ากว่า 

  • ตัวรากฟันเทียม (Implant Fixture) การเลือกใช้แบรนด์ชั้นนำที่มีผลงานวิจัยรองรับ จะมั่นใจได้ในเรื่องของการออกแบบเกลียวและพื้นผิวไทเทเนียมที่ช่วยเร่งการยึดเกาะกับกระดูกได้ดีและรวดเร็วกว่า
  • วัสดุครอบฟัน (Crown) การเลือกวัสดุที่มีความแข็งแกร่งสูง เช่น เซรามิกล้วน หรือ เซอร์โคเนีย (Zirconia) นอกจากจะให้ความสวยงามเหมือนฟันธรรมชาติแล้ว ยังมีความทนทานต่อแรงบดเคี้ยว ไม่บิ่นแตกง่าย

เทคนิคและความชำนาญของทันตแพทย์

ทักษะและประสบการณ์ของทันตแพทย์ถือเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จของการรักษา การวางแผนที่แม่นยำโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางช่วยให้สามารถกำหนดตำแหน่ง ความลึก และองศาในการฝังรากเทียมได้อย่างเหมาะสมกับโครงสร้างกระดูกของผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งช่วยกระจายแรงบดเคี้ยวได้อย่างสมดุล ลดความเสี่ยงในการโยกคลอนหรือแตกหัก และป้องกันภาวะแทรกซ้อนขณะผ่าตัด การเลือกแพทย์ที่มีความชำนาญจึงช่วยการันตีความปลอดภัยและยืดอายุการใช้งานของรากฟันเทียมได้ดีที่สุด

พฤติกรรมการใช้งานในชีวิตประจำวัน

แม้ว่ารากฟันเทียมจะมีความแข็งแรงมาก แต่พฤติกรรมการใช้งานที่รุนแรงเกินความจำเป็นก็อาจทำให้อายุการใช้งานสั้นลงได้ เพื่อรักษาอุปกรณ์ให้คงสภาพสมบูรณ์ ผู้ใช้งานควรระมัดระวังและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างฟันเทียม ดังนี้

  • เลี่ยงการกัดของแข็ง ไม่ควรใช้ฟันงัดแงะของแข็ง เปิดฝาขวด เคี้ยวน้ำแข็ง หรือกัดเปลือกถั่วแข็ง ๆ เพราะอาจทำให้ครอบฟันบิ่น แตก หรือสกรูภายในหลวมได้
  • ระวังการนอนกัดฟัน หากรู้ตัวว่าเป็นคนนอนกัดฟัน (Bruxism) ต้องปรึกษาทันตแพทย์เพื่อทำเฝือกสบฟัน (Night Guard) ใส่ป้องกันขณะนอนหลับ เพื่อลดแรงกดที่กระทำต่อรากฟันเทียม

ลดอาหารที่มีความเป็นกรดหรือน้ำตาลสูง แม้ฟันเทียมจะไม่ผุ แต่สภาพกรดและน้ำตาลทำลายเหงือกรอบ ๆ รากเทียมได้ การลดอาหารเหล่านี้จะช่วยรักษาสุขภาพเหงือกให้แข็งแรง

4. ทำไมรากฟันเทียมถึงดีกว่าตัวเลือกอื่น 

รากฟันเทียมมอบการใช้งานที่เหนือกว่าฟันปลอมแบบถอดได้ ซึ่งมักประสบปัญหาหลวม ไม่มั่นคง บดเคี้ยวลำบาก และไม่สามารถหยุดการยุบตัวของกระดูกได้ ขณะที่สะพานฟัน แม้จะติดแน่น แต่ต้องอาศัยการกรอฟันซี่ข้างเคียงที่ยังแข็งแรงดีเพื่อใช้เป็นหลักยึด ซึ่งเป็นการทำลายเนื้อฟันดี ๆ และยังไม่สามารถป้องกันการสลายของกระดูกใต้ช่องว่างได้เช่นกัน

5. ใครบ้างที่เหมาะกับการทำรากฟันเทียม 

โดยทั่วไปผู้ที่สูญเสียฟันและมีสุขภาพแข็งแรงดีสามารถทำรากฟันเทียมได้ อย่างไรก็ตาม อาจมีข้อจำกัดในบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิดที่ควบคุมไม่ได้ ผู้ที่สูบบุหรี่จัด หรือผู้ที่มีมวลกระดูกขากรรไกรไม่เพียงพอ ทันตแพทย์จะเป็นผู้ประเมินสุขภาพช่องปากและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดให้เป็นรายบุคคล

6. ข้อจำกัดที่ต้องระมัดระวัง 

รากฟันเทียม ราคา ค่อนข้างสูง และไม่สามารถรากฟันเทียมไม่สามารถเบิกประกันสังคมได้ และไม่สามารถทำในเด็กที่อายุน้อยกว่า 18 ปี เพราะกระดูกขากรรไกรยังเจริญไม่เต็มที่ ผู้มีโรคประจำตัวต้องควบคุมอาการให้คงที่ และผู้ที่สูบบุหรี่จัด อาจมีความเสี่ยงที่การรักษาจะไม่สำเร็จ

7. ขั้นตอนการทำรากฟันเทียมเป็นอย่างไร 

กระบวนการทำรากฟันเทียมต้องอาศัยความแม่นยำและการวางแผนที่ดี โดยทั่วไป แม้จะมีรายละเอียดต่างกันไปในแต่ละเคส แต่ขั้นตอนหลัก ๆ ที่เราต้องเจอ สามารถแบ่งได้ดังนี้

  • วางแผนการรักษา ทันตแพทย์จะตรวจช่องปากอย่างละเอียด เอ็กซเรย์ หรือ CT Scan เพื่อประเมินสภาพกระดูกและตำแหน่งที่เหมาะสม
  • ฝังรากเทียม ทันตแพทย์จะทำการผ่าตัดเล็กเพื่อฝังรากเทียม (Implant body) ลงในกระดูกขากรรไกร และเย็บปิดแผล
  • รอการยึดติด ต้องมีระยะเวลารอให้รากเทียมยึดติดกับกระดูก (Osseointegration) ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2-6 เดือน
  • ใส่ครอบฟัน เมื่อรากเทียมยึดแน่นดีแล้ว ทันตแพทย์จะนัดมาพิมพ์ปากเพื่อทำครอบฟัน (Crown) และยึดติดกับรากเทียม
  • ติดตามผล นัดตรวจเช็กสภาพการใช้งานและการดูแลหลังทำ

8. ทำรากฟันเทียมใช้เวลานานไหม 

ระยะเวลาโดยรวมจะแบ่งเป็น 2 ช่วงหลัก ช่วงแรกคือการผ่าตัดฝังรากเทียม แล้วต้องรอให้รากยึดติดกับกระดูก ซึ่งปกติใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพกระดูกของแต่ละคน หลังจากรากเทียมยึดติดสมบูรณ์แล้ว ช่วงที่สองคือการนัดมาพิมพ์ปากและใส่ครอบฟันด้านบน ซึ่งใช้เวลาอีกไม่นาน

9. รากฟันเทียมมีส่วนประกอบอะไรบ้าง 

ฟันที่สมบูรณ์ 1 ซี่บนรากเทียม ไม่ได้มีแค่ชิ้นเดียว แต่ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญที่ทำงานร่วมกัน เพื่อให้ได้ฟันที่แข็งแรงและสวยงามเหมือนธรรมชาติ

  • Fixture (Implant Body) ส่วนที่เป็นสกรู ทำจากไทเทเนียม ฝังอยู่ในกระดูกขากรรไกร ทำหน้าที่แทนรากฟันจริง
  • Abutment (แกนฟัน) ชิ้นส่วนที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่าง Fixture (ที่อยู่ใต้เหงือก) กับตัวครอบฟัน (ที่อยู่ด้านบน)
  • Crown (ครอบฟัน) ส่วนที่อยู่ด้านบนสุด มองเห็นได้ในช่องปาก ทำจากเซรามิก มีสีและรูปร่างเหมือนฟันธรรมชาติ ใช้บดเคี้ยวอาหาร

10. การดูแลรักษารากฟันเทียมทำอย่างไร 

การดูแลรากฟันเทียมให้ใช้งานได้นานเพิ่มโอกาสให้รากฟันเทียมอยู่ได้นาน โดยต้องดูแลเหมือนฟันธรรมชาติ แปรงฟันให้สะอาด ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการเคี้ยวของแข็งจัดหรือเหนียวจัดบริเวณที่ทำรากเทียม และที่สำคัญคือการพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็กสภาพและขูดหินปูนตามนัดทุก 6 เดือน

คำแนะนำเรื่องรากฟันเทียมจากคุณหมอ

“ทพญ.เกวลิน นพคุณเมธี รากฟันเทียมไม่ใช่แค่การใส่ฟันใหม่ แต่มันคือการทำให้เรากลับมาใช้ชีวิตได้ดีเหมือนเดิม และถ้าอยากให้มันอยู่กับเรานาน ๆ ต้องเลือกใช้ของดีมีคุณภาพด้วย”

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับรากฟันเทียม 

หลังจากทราบข้อมูลเบื้องต้นแล้ว หลายคนอาจยังมีข้อสงสัยย่อย ๆ ที่พบบ่อย Dream Smile Dental Clinic ได้รวบรวมคำถามที่คนไข้มักกังวลมาตอบให้หายข้องใจ เพื่อการตัดสินใจที่มั่นใจยิ่งขึ้น

ทำรากฟันเทียมเจ็บไหม 

ความกังวลเรื่องความเจ็บเป็นเรื่องปกติ แต่ในขั้นตอนการผ่าตัดฝังรากเทียม ทันตแพทย์จะใช้ยาชาเฉพาะที่ ทำให้เราไม่รู้สึกเจ็บขณะทำ หลังยาชาหมดฤทธิ์อาจมีอาการปวดหรือบวมบ้าง ซึ่งเป็นอาการปกติ สามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดที่ทันตแพทย์จ่ายให้ และอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน โดยทั่วไปความรู้สึกจะคล้ายกับการถอนฟัน

การสูบบุหรี่มีผลต่อรากฟันเทียมไหม 

การสูบบุหรี่ส่งผลเสียโดยตรงต่อความสำเร็จของรากฟันเทียม สารในบุหรี่ทำให้การไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงบริเวณแผลแย่ลง ทำให้แผลหายช้า และเพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อและโรคเหงือกอักเสบรอบรากเทียม (Peri-implantitis) ซึ่งอาจทำให้รากเทียมไม่ยึดติดกับกระดูกและล้มเหลวได้ในที่สุด

ครอบฟันบนรากฟันเทียมเปลี่ยนได้ไหม 

“สามารถเปลี่ยนได้” โดยปกติรากฟันเทียมส่วนที่ฝังในกระดูกจะอยู่คงทนถาวร แต่ส่วนของ “ครอบฟัน” ที่อยู่ด้านบน ซึ่งรับแรงบดเคี้ยว อาจมีการแตก บิ่น หรือสีเปลี่ยนไปตามกาลเวลา หรือเราอาจต้องการเปลี่ยนเพื่อความสวยงาม ทันตแพทย์สามารถถอดครอบฟันเดิมและทำอันใหม่มาใส่ทดแทนได้ โดยไม่กระทบต่อตัวรากเทียมที่ยึดติดกับกระดูกแล้ว

สรุป รากฟันเทียม 

แม้รากฟันเทียมราคาที่สูงกว่าและใช้เวลา แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือฟันที่ใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด ช่วยคงสภาพกระดูกขากรรไกร การตัดสินใจควรอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจที่ถูกต้องและการประเมินจากทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การดูแลที่ดีจะทำให้อยู่ได้นาน