ฟอกสีฟัน มีกี่แบบ เหมาะกับใคร ทำให้ฟันขาวได้จริงไหม

รอยยิ้มที่มั่นใจมักเริ่มต้นจากฟันที่ดูสะอาดและขาวกระจ่างใส แต่หลายคนอาจกำลังเผชิญกับปัญหาฟันเหลืองหรือคราบสะสมที่ทำให้ไม่กล้ายิ้มกว้าง การเลือกวิธีฟอกสีฟันจึงเป็นทางออกยอดนิยมในปัจจุบัน แต่ก่อนที่เราจะตัดสินใจเปลี่ยนเฉดสีฟัน มีหลายเรื่องที่ต้องพิจารณา ทั้งประเภทของการรักษา ผลลัพธ์ที่ได้จะยาวนานแค่ไหน และวิธีนี้จะตอบโจทย์ความต้องการของเราได้จริงหรือไม่ เรามาหาคำตอบที่เจาะลึกไปพร้อมกันในบทความนี้

การฟอกสีฟัน คืออะไร

การฟอกสีฟัน คือ กระบวนการทางทันตกรรมที่ช่วยปรับเปลี่ยนความเข้มของสีฟันให้ดูขาวและสว่างขึ้น โดยใช้สารฟอกสีกลุ่มเปอร์ออกไซด์เข้าไปทำปฏิกิริยากับโมเลกุลของคราบสีที่สะสมอยู่ในเนื้อฟันและผิวฟัน ส่งผลให้คราบเหล่านั้นแตกตัวออกและจางลงโดยไม่ทำลายโครงสร้างฟันเดิม ช่วยแก้ปัญหาฟันที่มีสีหม่นหมองจากปัจจัยต่าง ๆ ให้กลับมาดูสดใสและดูมีสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติอีกครั้งภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด

ทำไมการฟอกสีฟันถึงช่วยให้ฟันขาวขึ้นได้จริง?

ปฏิกิริยาของน้ำยาจะเข้าไปขจัดคราบสะสมลึกถึงชั้นเนื้อฟัน แต่ระดับความขาวที่ได้จะขึ้นอยู่กับโครงสร้างฟันเดิมของแต่ละคน บางรายทำครั้งเดียวเห็นผลชัดเจน แต่บางคนอาจต้องทำซ้ำ 2-3 ครั้งเพื่อให้ถึงระดับที่พอใจ หากเราฟอกแล้วยังไม่ได้ความขาวตามต้องการเนื่องจากเนื้อฟันเดิมสีเข้มมาก ทันตแพทย์อาจแนะนำให้พิจารณาทำวีเนียร์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยปรับดีไซน์รอยยิ้มและสีฟันให้ขาวคงที่และสม่ำเสมอได้มากกว่าการฟอกปกติ

รูปแบบการฟอกสีฟัน

ปัจจุบันนวัตกรรมทางทันตกรรมพัฒนาไปมาก ทำให้เรามีทางเลือกในการปรับสีฟันให้ขาวขึ้นได้ตามความสะดวกและงบประมาณ โดยแบ่งออกเป็นสองรูปแบบหลักคือการเข้ามารับบริการโดยผู้เชี่ยวชาญที่คลินิกเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วทันใจ หรือการนำชุดอุปกรณ์กลับไปทำเองที่บ้านอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สีฟันค่อย ๆ ขาวขึ้นอย่างเป็นระบบ

การฟอกสีฟันโดยทันตแพทย์ที่คลินิก

เป็นวิธีที่เน้นประสิทธิภาพและความรวดเร็วด้วยการใช้เทคโนโลยีแสง LED cool light เข้ามาช่วยกระตุ้นให้น้ำยาทำงานได้ดียิ่งขึ้น วิธีนี้ช่วยประหยัดเวลาอย่างมากเพราะใช้เวลาไม่นานก็เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังทำเสร็จ ที่สำคัญเราจะรู้สึกอุ่นใจและปลอดภัย เพราะทุกขั้นตอนดำเนินการโดยทันตแพทย์ ตั้งแต่การป้องกันเหงือกไปจนถึงการควบคุมปริมาณน้ำยาให้เหมาะสมกับสภาพฟันของแต่ละบุคคลเพื่อลดอาการเสียวฟัน

การฟอกสีฟันด้วยตัวเองที่บ้านภายใต้การดูแลของแพทย์

เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาน้อยหรือไม่สะดวกเดินทางมาคลินิกบ่อย ๆ หรือต้องการคงความขาวต่อจากการฟอกที่คลินิก โดยเราต้องเข้ามาพิมพ์ปากเพื่อผลิตถาดฟอกฟันเฉพาะบุคคลก่อน ทันตแพทย์จะจัดเตรียมน้ำยาและสอนวิธีใช้อย่างละเอียด ส่วนใหญ่มักแนะนำให้ทำก่อนนอนทิ้งไว้ทั้งคืน หากเริ่มมีอาการเสียวฟันก็สามารถปรับลดเวลาลงได้ วิธีนี้มีความสะดวกและราคาประหยัดกว่า แต่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอและวินัยในการทำอย่างต่อเนื่อง

ขั้นตอนมาตรฐานในการฟอกสีฟัน

ขั้นตอนการฟอกสีฟัน

เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสมบูรณ์แบบและปลอดภัยที่สุด การเตรียมผิวฟันและปกป้องเนื้อเยื่ออ่อนรอบ ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยมีขั้นตอนการดำเนินงานที่เป็นระบบดังนี้

  • เทียบระดับสีฟันก่อนเริ่ม ทันตแพทย์จะใช้ไกด์เทียบเฉดสีเพื่อบันทึกสีฟันเดิมของเราไว้สำหรับเปรียบเทียบผลลัพธ์หลังการรักษา
  • ป้องกันเนื้อเยื่อในช่องปาก เราต้องสวมแว่นตาป้องกันแสง และใส่อุปกรณ์แยกริมฝีปาก แก้ม และลิ้น พร้อมทาเจลกั้นเหงือกเพื่อป้องกันน้ำยาสัมผัสเนื้อเยื่ออ่อน
  • เตรียมพื้นผิวฟัน ทำการเป่าฟันให้แห้งสนิทเพื่อให้สารฟอกสีสามารถยึดเกาะและซึมเข้าสู่เนื้อฟันได้ดีที่สุด
  • ทาน้ำยาและกระตุ้นด้วยแสง ทาน้ำยา ZOOM ลงบนผิวฟันแล้วฉายแสง LED เพื่อเร่งปฏิกิริยาขจัดคราบฝังลึกอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ทำซ้ำเพื่อความขาว เปลี่ยนน้ำยาและฉายแสงเป็นรอบ ๆ รอบละ 15 นาที รวมประมาณ 2-4 รอบ โดยใช้เวลารวมทั้งหมด 45-60 นาที
  • การดูแลหลังทำ เมื่อจบขั้นตอนควรดูแลความสะอาดตามคำแนะนำเพื่อคงความขาวให้ยาวนานที่สุด

การฟอกสีฟันเหมาะกับใคร

การมีรอยยิ้มที่สว่างไสวช่วยเสริมบุคลิกภาพให้เราดูดีขึ้นได้ วิธีนี้จึงตอบโจทย์กลุ่มคนที่มีปัญหาความสวยงามของสีฟันดังนี้ 

  • ผู้ที่มีปัญหาฟันหมองคล้ำ คนที่เนื้อฟันมีสีเหลืองหรือดูไม่ใสสะอาดจากอายุที่มากขึ้น
  • สายคาเฟ่และเครื่องดื่ม ผู้ที่ดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลม หรือแอลกอฮอล์เป็นประจำจนเกิดคราบฝังแน่นบนผิวฟัน
  • กลุ่มผู้สูบบุหรี่ ผู้ที่มีคราบสะสมจากนิโคตินและน้ำมันดินที่ทำให้ฟันดูมีสีเข้มและไม่น่ามอง
  • ผลกระทบจากยา ผู้ที่มีปัญหาฟันสีเหลืองจากการรับประทานยาปฏิชีวนะบางชนิดมาเป็นเวลานาน

การฟอกสีฟันไม่เหมาะกับใคร

แม้จะเป็นวิธีที่ปลอดภัยแต่ก็มีข้อจำกัดสำหรับบางกลุ่ม เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ทันตแพทย์อาจไม่แนะนำในกรณีดังต่อไปนี้ 

  • เยาวชนและสตรีมีครรภ์ เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีที่โพรงประสาทฟันยังโตไม่เต็มที่ รวมถึงผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพฟัน คนที่มีภาวะฟันผุ โรคเหงือกอักเสบ หรือมีฟันที่ถูกอุดไว้ในบริเวณกว้างควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ
  • ฟันที่มีคราบสีเข้มจัด คราบสีเทาหรือม่วงจากการใช้ยาเตตราไซคลีนมักเห็นผลน้อยมาก กรณีนี้การใช้ วีเนียร์คอมโพสิตหรือเซรามิกวีเนียร์จะให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่า
  • เสียวฟันง่าย ผู้ที่มีภาวะเหงือกร่นหรือคอฟันสึกมาก ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดอาการเสียวฟันรุนแรงระหว่างทำ

การเตรียมตัวก่อนรับบริการ

ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการปรับสีฟัน เราจำเป็นต้องได้รับการตรวจสภาพช่องปากอย่างละเอียดจากทันตแพทย์ หากพบว่ามีคราบหินปูนสะสมอยู่ เราต้องเข้ารับการขูดหินปูนและขัดฟันให้สะอาดก่อน เพื่อให้น้ำยาฟอกฟันสามารถสัมผัสกับผิวฟันได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีสิ่งกีดขวาง หากมีฟันผุแพทย์จะทำการอุดฟันให้เรียบร้อยก่อนเสมอ เพื่อให้สารฟอกขาวทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงที่น้ำยาจะรั่วซึมเข้าสู่โพรงประสาทฟัน

ข้อควรระวังที่ควรรู้

การใช้สารฟอกฟันที่มีความเข้มข้นไม่ได้ทำให้ผิวเคลือบฟันบางลงหรือสึกกร่อนง่ายอย่างที่หลายคนกังวล อย่างไรก็ตามในช่วง 1-2 วันแรกหลังทำ ผิวฟันจะมีความไวต่อเม็ดสีในอาหารมากกว่าปกติ เราจึงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีสีเข้มเพื่อป้องกันการติดสีใหม่ ซึ่งอาการเสียวฟันที่อาจเกิดขึ้นในช่วงแรกนั้นเป็นเพียงชั่วคราวและจะค่อย ๆ หายไปเองตามสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล

เทคนิคการดูแลสุขภาพช่องปากให้ฟันขาวจากคุณหมอ

ทพญ. เกวลิน นพคุณเมธี แนะนำว่า การรักษาความขาวของฟันให้ยาวนาน เริ่มต้นจากการเลี่ยงอาหารที่มีสีเข้มและการแปรงฟันให้ถูกวิธี หากใครกังวลเรื่องวีเนียร์ราคาที่อาจจะสูงกว่าการฟอกสีฟัน แนะนำให้เริ่มจากการฟอกฟันขาวก่อน แต่ถ้าฟันมีปัญหาเรื่องรูปร่างร่วมด้วย การทำวีเนียร์จะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวกว่าค่ะ 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการฟอกสีฟัน

เราได้รวบรวมข้อสงสัยที่พบได้บ่อยมาไว้ที่นี่ เพื่อช่วยให้เราตัดสินใจได้อย่างถูกต้องก่อนเข้ารับบริการฟอกสีฟันกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การฟอกสีฟันทำให้เนื้อฟันบางลงหรือไม่?

เป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อยมาก ความจริงคือปฏิกิริยาทางเคมีของน้ำยาทำหน้าที่เพียงแค่เข้าไปสลายโมเลกุลของคราบสีที่แทรกตัวอยู่ในชั้นฟันเท่านั้น ไม่ได้มีการกรอหรือขัดเนื้อฟันออกไปแต่อย่างใด ดังนั้น โครงสร้างฟันและความแข็งแรงของเคลือบฟันจะยังคงอยู่เหมือนเดิมทุกประการ เพียงแต่อาจจะมีความรู้สึกไวต่ออุณหภูมิในช่วงแรกหลังทำเสร็จใหม่ ๆ เท่านั้น

ระหว่างทำจะรู้สึกเจ็บไหม?

โดยทั่วไปขั้นตอนการฟอกสีฟันไม่สร้างความเจ็บปวดใดๆ แต่อาจมีความรู้สึกเสียวฟันจี๊ด ๆ เกิดขึ้นได้ในบางช่วง ซึ่งเป็นผลจากการที่น้ำยากำลังทำงานในชั้นเนื้อฟัน ระดับความรู้สึกนี้ขึ้นอยู่กับความไวของเส้นประสาทฟันในแต่ละคน หากเรามีความกังวล ทันตแพทย์จะทำการปรับลดความเข้มข้นของแสงหรือป้ายเจลลดอาการเสียวฟันให้ก่อน เพื่อให้เรารู้สึกสบายที่สุดตลอดการรักษา

จัดฟันอยู่สามารถฟอกสีฟันได้เลยไหม?

สำหรับเพื่อน ๆ ที่ยังใส่เครื่องมือจัดฟันแบบติดแน่นอยู่ ทันตแพทย์มักแนะนำให้รอจนกว่าจะถอดอุปกรณ์ออกและใส่รีเทนเนอร์เรียบร้อยแล้ว เพราะอุปกรณ์จัดฟันที่ติดอยู่บนหน้าฟันจะทำให้น้ำยาฟอกสีไม่สามารถกระจายตัวได้ทั่วถึง ส่งผลให้สีฟันดูด่างไม่สม่ำเสมอ แต่หากเราจัดฟันแบบใส (Invisalign) เราสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาฟอกสีฟันควบคู่กันไปได้ตามความเหมาะสม

สรุปบทความ

ฟอกสีฟัน

การมีฟันที่ขาวสว่างไม่เพียงช่วยให้ยิ้มสวยขึ้น แต่ยังช่วยสร้างความประทับใจแรกพบและเพิ่มความมั่นใจในการเข้าสังคมให้กับเราได้อย่างดีเยี่ยม การฟอกสีฟันเป็นวิธีที่เห็นผลไวและมีความปลอดภัยสูงหากทำโดยผู้เชี่ยวชาญ แม้ผลลัพธ์จะไม่ได้คงอยู่ตลอดไป แต่การดูแลตัวเองอย่างดีและเลือกวิธีที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์จะช่วยให้เรามีรอยยิ้มที่สดใสอยู่คู่กับเราไปอีกนานแสนนาน